เมืองตะกั่วป่า (Takua Pa)
สมัยที่ยังเด็กรถทัวร์สาย ภูเก็ต-กรุงเทพฯ จะวิ่งมาทางตะกั่วป่า เพื่อผ่านระนองไปเข้าชุมพร
ชื่อเมืองตะกั่วป่าจึงเป็นที่คุ้นเคยมานานค่ะ นอกจากเป็นจุดพักรถและพักทานข้าวของผู้โดยสารรถทัวร์แล้ว
ขนมต้าวส้อของฝากจากตะกั่วป่าก็เป็นที่นิยมชมชอบของคนที่ได้ชิมค่ะ
หลังจากที่รถทัวร์เปลี่ยนเส้นทางชื่อเมืองตะกั่วป่าก็ไม่ได้ผ่านเข้าหูบ่อยๆเหมือนเคยจนเกือบลืม
แต่ไม่นานมานี้เริ่มได้ยินเรื่องราวของเมืองนี้อีกครั้งผ่านรูปถ่ายและการบอกเล่าของเพื่อนๆที่ไปเยี่ยมเยือน
จนวันนี้พอมีโอกาสเลยขอแวะไปเที่ยวชมให้เห็นกับตา และเก็บภาพมาฝากชาวสยามอันดามันกันด้วยค่ะ

คนท้องถิ่นรวมทั้งคนภูเก็ตเรียกเมืองตะกั่วป่า สั้นๆว่า กั่วป่า ค่ะ ในอดีตที่นี่เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เป็นแหล่งแร่ดีบุก
เหมือนที่ ตะกั่วทุ่ง และ เมืองถลาง (ภูเก็ต) ด้วยความที่การทำเหมืองแร่เจริญรุ่งเรืองมากในอดีต
เมืองตะกั่วป่า จึงมีฐานะเป็น จังหวัดตะกั่วป่า ขึ้นกับมณฑลภูเก็ต และด้วยความเจริญนี้เองที่ทำให้มีชาวจีนเข้ามา
ทำเหมืองแร่กันเยอะจนเกิดเป็นชุมชนขึ้น พร้อมกับทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้ในรูปแบบอาคารแบบชิโนโปรตุกีสค่ะ

แฮๆ เกริ่นซะยาวเลย ออกเดินทางกันเลยดีกว่านะคะ จากภูเก็ตเราใช้เวลาทั้งหมดประมาณเกือบๆสองชั่วโมง
ผ่าน โคกกลอย ท้ายเหมือง เขาหลัก แล้วตรงเข้าตะกั่วป่าค่ะ ถึงตัวอำเภอตะกั่วป่าแล้วเลี้ยวขวาตรงสามแยก
เพื่อไป ตำบลตลาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวเมืองเก่าที่มีอาคารเก่าแก่แบบชิโนโปรตุกีสค่ะ
ระหว่างทางเจอทุ่งหญ้าเขียวๆช่วงหน้าฝนก็แวะทักทายคุณกระบือกันหน่อยพอหอมปากหอมคอ
ก่อนกระโดดขึ้นรถมุ่งหน้าไปหามื้อเที่ยงทานกันในตัวตลาด ท้องร้องได้ที่ก็เจอตัวเมืองเก่าพอดีค่ะ
อิ่มข้าวมันไก่กับหมี่ผัดฮกเกี้ยนกันแล้ว คว้าขนมต้าวส้อของฝากอีกคนละสามสี่กล่องขึ้นรถ
วนๆไปหามุมถ่ายรูปเล่นกันอีกนิดหน่อยเป็นอันจบโปรแกรม

ขากลับเราใช้เส้นทางเดิม แต่แวะที่บ้านน้ำเค็มก่อนถึงเขาหลักสักหน่อย เพื่อไปสำรวจเส้นทางไปเกาะคอเขาค่ะ
ได้ยินมาว่าที่เกาะคอเขาเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีการค้นพบสมบัติมีค่าสมัยโบราณที่บ้านทุ่งตึก
เชื่อกันว่าที่นี่เป็นเมืองท่าตะโกลา ที่เป็นเมืองท่าสำคัญในสมัยโบราณ ส่วนในสมัยปัจจุบันบ้านน้ำเค็มเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สึนามิ
เนื่องจากบ้านน้ำเค็มเป็นที่หนึ่งที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่โถมเข้าใส่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก
ออกจากบ้านน้ำเค็มแวะเขาหลักอีกแป๊บ ได้ข้าวเหนียวส้มตำเป็นมื้อบ่ายแก่ๆ แทบจะขับรถกลับภูเก็ตไม่ไหวค่ะ แหะ แหะ