สิมิลัน :: สบาย สบาย สไตล์สยามอันดามัน
ต้นเดือนเมษาฯทะเลฝั่งอันดามันยังมีฝนตกเกือบทุกวันโดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงเย็นค่ะ
อากาศก็แปรปรวนบ้างบางช่วงเวลา เช้าวันที่พวกเราออกเดินทางจากภูเก็ตไปทับละมุตั้งแต่ตีห้ากว่าๆ
โชคดีไม่มีฝนเป็นอุปสรรคเลย แถมยังไปถึงท่าเรือเร็วกว่าที่คิดเป็นชั่วโมง เวลาเหลือเยอะเลยหอบหิ้ว
ข้าวเหนียวไก่ทอดมานั่งบรรเลงกันที่ร้านกาแฟก่อนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา อิอิ

อิ่มได้ที่ก็ถึงเวลารายงานตัวไปลงเรือพอดี เรือที่ใช้เดินทางเป็นสปีดโบทค่ะ
เท่าที่เห็นก็มีหลายบริษัทที่ให้บริการ ราคาก็คงใกล้เคียงกัน มีทั้งแบบไปดำน้ำวันเดียวและไปพักค้างคืนค่ะ
ระยะเวลาที่เดินทางจากทับละมุไปถึงสิมิลันก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
แต่ละบริษัทอาจจะมีโปรแกรมที่ไปแวะแต่ละเกาะไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆจะแวะทั้งเกาะสี่และเกาะแปด
ที่มีที่ทำการของอุทยานแห่งชาติและมีที่พักบริการค่ะ

ตอนขาไปโปรแกรมของเรือที่เราไปด้วยจะแวะไปดำน้ำที่เกาะเก้าก่อน
พอเริ่มเห็นน้ำใสๆเพื่อนร่วมทางบนเรือยี่สิบกว่าชีวิตก็เริ่มเคลื่อนไหว อยากจะโดดน้ำกันเต็มที่
รวมทั้งน้าชาวเกาะเวบมาสสะเต้อสยามอันดามันด้วย อิอิ

ถัดจากจุดดำน้ำที่เกาะเก้า พวกเราก็โดนปล่อยลงที่เกาะแปด พร้อมกับทานมื้อเที่ยงค่ะ
ที่เกาะแปดไม่มีที่พักแบบเป็นบ้าน ทราบว่าบ้านเสียหายจากเหตุการณ์ซึนามิ
จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมเป็นกิจจะลักษณะ เลยมีแต่เต๊นท์ไว้บริการคนที่ไปพัก
เท่าที่เห็นจำนวนเต๊นท์ก็มีไม่เยอะค่ะ ถ้าเทียบกันกับเกาะสี่แล้วที่เกาะแปดคงจะรับจำนวนคนที่มาพัก
ได้น้อยกว่าเกาะสี่มาก ที่นี่เลยค่อนข้างเงียบ ไม่มีกิจกรรมให้ทำบนเกาะหลากหลายเหมือนเกาะสี่
อันนี้คิดๆเอาเองจากที่เห็นนะคะ

ครึ่งวันแรกของพวกเราบนเกาะแปดหมดไปกับการปีนโขดหินขึ้นไปถ่ายรูปจากมุมสูงใกล้ๆหินใบเรือ
ถ่ายรูปไป ชมวิวไป คุยกันไป ขำกันไป หมดเวลาไปหลายอยู่เหมือนกัน

ตกเย็นฝนเทเลยต้องไปอาศัยที่ทำการอุทยานหลบฝนค่ะ ในความมืดครึ้มของเมฆฝนก็ยังมีอะไรดีๆ
ที่ทำให้พวกเราวิ่งกันซะพล่าน ฝนก็ตก รูปก็อยากจะถ่าย ฮ่าๆๆ เค้าเรียกว่า “ปล้ำตัว” ค่ะพี่น้อง

คืนนั้นพวกเรานั่งหลบฝนทานข้าวกันใกล้ๆครัวในพื้นที่จำกัด แต่ความหรอยของน้ำพริกกุ้งเสียบ
กับปลาทอดกระเทียมนั้นเกินจะบรรยายจริงๆ
เช้าวันที่สอง ป้าสองคนเดินถือไฟฉายฝ่าความมืดไปห้องน้ำตั้งกะตีห้า กลับมาก็นอนไม่หลับค่ะ
เลยหอบกล้องกะหนังสือไปนั่งเล่นหน้าหาดตอนเริ่มมีแสงบนท้องฟ้ารำไรๆ
ทิ้งให้ป้าอ้อยนอนเฝ้าเต๊นท์คนเดียว นั่งพลิกหนังสืออ่านในอากาศอุ่นๆ เสียงคลื่นเบาๆ ชายหาดเงียบสงบ
คิดถึงกาแฟร้อนๆซักถ้วย แฮๆ

สายๆเริ่มมีความเคลื่อนไหวของผู้คนบนเกาะ แดดเริ่มร้อน ท้องก็เริ่มร้อง แหะ แหะ
หามื้อเช้าทานกันเรียบร้อยก็นั่งปักหลักคุยเรื่องขำขำกันไปจนเกือบเที่ยง
กว่าจะตัดสินใจพากันเดินไปสำรวจด้านหลังเกาะ เพราะท้องยังตึงจนทานมื้อเที่ยงต่อไม่ไหว
เดินลัดเลาะต้นไม้ไปไม่ถึงสิบนาทีก็เจอโขดหินกะน้ำใสๆฝั่งตะวันออก ตรงนี้ไม่มีหาดทรายค่ะ
แต่พอมีร่มไม้ให้นั่งเล่นถ่ายรูปได้ แถมยังมีเรื่องขำขำของเพื่อนร่วมโลกสายพันธุ์เลื้อยคลานที่ใครๆ
เรียกเค้าอย่างสุภาพว่า “ตัวเงินตัวทอง” ตัวที่เห็นคงจะเป็นเบบี้ที่ออกมาเดินทอดน่องบนกิ่งไม้ใกล้ๆ
ให้พวกเราจับมาเป็นประเด็นท้องคัดท้องแข็งกันได้อีก

อากาศร้อนๆช่วงบ่ายกะเหงื่อที่ชุ่มไปหมดทั้งตัวทำให้ทานข้าวเที่ยงกันไม่ลง
แตงโมกะสับปะรดสองจานโตๆกับน้ำอัดลมคนละกระป๋องช่วยให้สดชื่นขึ้นเยอะเลย
บ่ายวันนี้จำนวนเต๊นท์เพิ่มขึ้น จำนวนคนก็มากขึ้น และก็มีน้องชลคนเมืองเพชรมาร่วมก๊วนเพิ่มอีกหนึ่ง
เพราะบังเอิญมาพักเต๊นท์ติดๆกันกะพวกเรา เย็นวันนั้นเลยหนีบน้องไปนั่งทานข้าว
ใต้แสงเทียนกลางสายฝนด้วยกันซะเลย แหม…ฟังดูโรแมนติกชอบกล ฮ่าๆๆ

เช้าวันที่จะกลับ ป้าๆตื่นสายไปหน่อย กว่าจะไปถึงโขดหินฝั่งตะวันออกพระอาทิตย์ก็ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว
แฮๆ คิดแล้วยังเสียดาย พลอยทำให้พี่ๆพลาดช็อตพระอาทิตย์ขึ้นงามๆที่เกาะแปดไปด้วยเลย ขออภัยจริงๆค่ะ

จากฝั่งตะวันออกพวกเราลองเดินดุ่มๆไปตามทางที่คิดว่าน่าจะเป็นจุดชมวิวอีกด้านที่มองเห็นหินใบเรือด้วย
เดินหอบหน้าแดงไประยะนึงก็ถึงจุดหมายที่เป็นโขดหินใหญ่มองไปเห็นหินใบเรือไกลๆ
เล่นเอาคนที่เห็นพวกเราจากหินใบเรืองงกันใหญ่ ว่ามีคนมาโผล่ตรงนี้ได้ไง อิอิ

เก็บภาพกันนิดๆหน่อยๆก่อนจะเลาะป่าย่อมๆกลับมานั่งเล่นหน้าหาดกันอีกพักใหญ่
หลังจากนั้นก็ได้เวลาแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเดินทางกลับช่วงเที่ยงๆค่ะ
เรือมารับตามเวลาแล้วแวะพาลูกทัวร์ไปดำน้ำอีกแห่งก่อนแวะที่เกาะสี่
เห็นที่พักกะบรรยากาศของเกาะสี่แล้วไม่อยากกลับเลยอ่ะ ฟ้าสวย น้ำใส ต้นไม้ร่มรื่น
แง๊…น่าจะได้พักต่ออีกซักคืน

บรรยายมาซะยาวเหยียดกับเวลาสามวันสองคืนที่สิมิลัน เป็นช่วงเวลาสั้นๆที่มีเรื่องราวให้จดจำเยอะแยะ
ขอบคุณพี่ซีดานที่ช่วยติดต่อเรื่องเรือให้นะคะ ขอบคุณป้าอ้อยที่ปลีกตัวจากงานยุ่งๆมาเที่ยวด้วยกันจนได้
ขอบคุณน้าชาวเกาะที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้เกิดทริปนี้ และยังรับอาสาเป็นสารถีเกือบตลอดทั้งทริป
ขอบคุณคุณพี่ 29feb ที่บึ่งรถตรงมาจากบางกอกเพื่อไปทริปนี้ด้วยกันโดยเฉพาะ
แถมยังพกเรื่องฮาๆมาเล่าอีกเพียบ ต้องขอบคุณพี่ๆที่ผลัดกันเล่าเรื่องขำขำให้ฟังจนป้าๆท้องคัดท้องแข็ง
จนป่านนี้ป้าอ้อยยังขำเรื่องโลจิ้นกะซีตุ๊บไม่หายเลย ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆที่แวะเข้ามาอ่านบล็อกนี้ด้วยค่ะ พบกันใหม่ทริปหน้านะค๊า

ชมภาพสวยๆฝีมือน้าชาวเกาะได้ที่นี่นะคะ
http://siamandaman.com/forums/thread/5624.aspx
และ
http://siamandaman.com/forums/thread/5639.aspx