เดือนสิงหาคม ฝนฟ้าไม่เป็นใจนัก สำหรับนักท่ิองเที่ยว
เดือนนี้มีวันสำคัญของคนไทยทุกคน นั่นก็คือ "วันแม่"
นอกจากนี้ยังมีประเพณีเก่าแก่ของคนภูเก็ตเชื้อสายจีน
ที่สืบทอดกันมานาน สมัยเด็กผมและเพื่อนๆรับรู้แค่ว่า
ได้หยุดโรงเรียนอีกแล้ว ได้เล่นชิงช้า ขี่ม้าหมุน ดูลิเก
และได้กินขนมเต่าชุบไข่ทอดอร่อยๆ... แต่น้อยคนนัก
(รวมถึงผมด้วย) ที่จะรู้ความหมายของประเพณีนี้
โอกาสนี้ ผมลูกหลานคนบางเหนียว ภูเก็ต
ก็เลยขอนำข้อมูลความหมาย และความเป็นมาของ
ประเพณี "ผ่อต่อ" มาบอกต่อเพื่อนๆครับ

"ผ่อต่อ" เป็นคำจีน หมายถึง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
ความเป็นมาของ "ผ่อต่อ" เนื่องจากเดือนเจ็ด (นับแบบจีน)
ชาวจีนถือว่าเป็นเดือนปล่อยวิญญาณ ประตูวิญญาณจะเปิดออก
เพื่อให้เหล่าวิญญาณพเนจรออกมาเที่ยวเล่นเป็นเวลา 1 เดือน
ชาวจีนจึงร่วมกันจัดอาหารคาวหวานเซ่นไหว้ เพื่อเป็นการระลึกถึง
ผู้วายชน ที่ก่อนเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันในชุมชนเดียวกัน (โดยไม่จำเป็น
ต้องแซ่เดียวกัน) เป็นการแสดงถึงความกตัญญูและความสามัคคีกลมเกลียว
ในชุมชนนั้นๆ คล้ายกับการทำบุญเดือนสิบของประเพณีไทยนั่นเอง
และในเดือนเจ็ด ชาวจีนจะห้ามมิให้ลูกหลานออกนอกบ้านหลังเวลาพลบค่ำ
(เวลา 18.00 น.) เพราะอาจเคราะห์หามยามร้ายได้ (ช้อง)
องค์ผ่อต่อก้ง (กวนอูไต่สู่) คือภาค (ป้าน) หนึ่งของเจ้าแม่กวนอิม
แปลงร่างให้น่ากลัวเหมือนพญามาร เพื่อให้สามารถปราบเหล่าวิญญาณได้
เนื่องจากต้องไปโปรดสัตว์ในนรก ซึ่งท่านจะคอยดูแลเหล่าวิญญาณพเนจร
ทั้งหลายที่ขึ้นมาบนโลกมนุษย์ และจะคอยตามเหล่าวิญญาณที่ยังไม่ยอม
กลับบ้าน เมื่อครบกำหนดเวลาที่ประตูวิญญาณเปิด (30 ค่ำ เดือน 7)
การเซ่นไหว้/ของไหว้ มีการจัดทำอาหารคาวหวานหลากหลายชนิด
ที่สำคัญประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ อันหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์,
เส้นหมี่เหลือง หมายถึง อายุยืนยาว ส่วนของหวานที่สำคัญ คือฮวดโก้ย
หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง และขนมเต่า ซึ่งปัจจุบันตามชุมชนต่างๆนิยม
นำมาจัดประดับประดาอย่างสวยงาม มีการแกะสลักผักผลไม้ เป็นรูปร่างต่างๆ
อย่างวิจิตร และมีการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานอีกด้วย สัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง
ในการจัดทำของไหว้ คือการประดิษฐ์เมล็ดธัญพืชให้เป็นรูปสัตว์ และสิ่งของต่างๆ
"ขนมเต่า" ของเซ่นไหว้ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในประเพณีนี้ ซึ่งเป็นขนมที่ทำ
จากแป้งสาลีผสมน้ำตาล ปั้นขึ้นเป็นตัว ให้มีรูปร่างเป็นตัวเต่าขนาดต่างๆกัน
แล้วทาด้านบนกระดองด้วยสีแดง (ในอดีตทำด้วยแป้งหมี ตัวเต่ามีสีขาว มีจุด
แต้มสีแดงตรงกลางเรียกว่า มอฮ่อ) การนำขนมเต่ามาเซ่นไหว้นั้น นัยหนึ่งเชื่อว่า
เกิดจากการที่เต่าทะเลยักษ์โผล่ขึ้นจากทะเลลึก ช่วงพระถังซัมจั๋ง รอดพ้นจาก
พายุเมื่อคราที่ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ชาวจีนจึงนำมาเป็นของเซ่นไหว้เพื่อการ
ระลึกถึง หรืออีกนัยหนึ่งเชื่อว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เซ่นไหว้เอง เนื่องจาก
ชาวจีนถือว่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว ส่วนที่เป็นสีแดง เพราะเป็นสีที่เป็นมงคล
ของชาวจีน ซึ่งปกติในงานมงคลต่างๆของชาวจีน ก็จะมีการเซ่นไหว้ด้วย
ขนมเต่า (อังกู้) อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีขนาดใหญ่เหมือนกับงานผ่อต่อ

ปีนี้ผมและเพื่อนๆ อุดหนุนขนมเต่าของคนใกล้บ้าน แล้วก็แบกกันไปคนละตัว
นำไปไหว้ที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว) เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ได้ข่าวว่าหลังจากนั้น
วันสองวัน สมาชิก OJ. โชคดีเลยครับ
ส่วนของกระผมที่ขนมเต่าเขียนว่า "วาสนา"
เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยมี 

The meaning of "Por Tor"
Por Tor is a Chinese word which means to worship by offering
gifts & food to your ancestor.
"Por Tor Kong"
The god of Devils/Another part of Kuan-im (Chinese monk).
To worship
Offering variety of gifts & food.

Khanom Tao
The main offering for this festival is turtle-shape cake made from
glutinous rice flour and sugar. These turtle cakes are red in colour and
turtle symboles long life.

In Phuket
The annual worship of the god of devils (Por Tor Kong) is done in
a grand scale. He has a special shrine near Bang Neow Primary school.
รายนามคณะเถ้าแก่หล่อจู้ ประจำปี 2549
หล่อจู้
คุณวัลภา จิตตาปัญญานุกูล (ได้ 6 โป้ย)
เถ้าแก่
1. คุณสมศักดิ์ สันติอมรทัต (ได้ 5 โป้ย)
2. คุณจันทรา ตันติวงศ์ไพศาล (ได้ 4 โป้ย)
3. ร.ต.วิชัย ชาวบ้านเกาะ (ได้ 4 โป้ย)
4. คุณลาวัณ แซ่ตัน (ได้ 4 โป้ย)
(คณะเถ้าแก่-หล่อจู้ :: เป็นบุคคลในชุมชนนั้นๆ ที่ได้รับการคัดเลือก
จากองค์ผ่อต่อก้งโดยการเสี่ยงทาย (โป้ย) ให้ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ
ในการจัดงาน ในแต่ละปีผลัดเปลี่ยนกันไป บุคคลที่ได้รับเลือกเป็นหล่อจู้นั้น
จะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอย่างยิ่ง ซึ่งมีการอัญเชิญองค์ผ่อต่อก้ง
ไปประดิษฐานยังบ้านที่อาศัย โดยจะรับหน้าที่ถวายน้ำชาแก่องค์ผ่อต่อก้ง
ทุกวันตลอด 1 ปี)
เล่าข้อมูล-ตำนาน : ก๊กเกี๋ยว แซ่เหล
บันทึกเรื่องราว : ปิยะวรรณ จิตตาปัญญานุกูล
ความตั้งใจ : ถ่ายทอดความเป็นไปในชุมชนจากรุ่นแรกสู่รุ่นหลัง
ขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่อ้ามผ่อต่อก้ง (บางเหนียว)
ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประวัติ และความหมายของ
ประเพณี "ผ่อต่อ" มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ